อาหารเสริมบำรุงตับ ลดการอักเสบ ช่วยล้างพิษ เลือกอย่างไรดี ?

อาหารเสริมบำรุงตับ

“ตับ” อวัยวะซึ่งเป็นศูนย์กลางขนาดใหญ่ ที่เราควรให้ อาหารเสริมบำรุงตับ เพื่อที่จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะที่แห่งนี้ รวมไว้ด้วยโรงงานสำคัญมากมาย โดยตับ มีหน้าที่ คือ

  • เป็นโรงงานเก็บสินค้า คอยกักเก็บสารอาหารต่าง ๆ
  • เป็นโรงงานการผลิต สร้างโปรตีน สร้างลิ่มเลือด ฯลฯ
  • เป็นโรงงานแปรรูป จากคาร์โบไฮเดรตไปเป็นน้ำตาล ที่ร่างกายจะนำไปใช้เป็นพลังงาน

อาหารเสริมบำรุงตับ เลือกอย่างไร..ให้ทานได้ปลอดภัย ทำไมเราต้องป้อนอาหารเสริมบำรุงให้ตับ ?

นอกจากนี้ยังเป็นที่รู้กันดีว่า ตับ จะคอยขับสารพิษให้เรา แต่หากสารอาหาร หรือสิ่งต่าง ๆ ที่เรารับเข้าสู่ร่างการมีปริมาณมากเกินกว่าตับจะขับออกไปไหว ตับก็ทำงานหนักมากยิ่งขึ้นและเกิดการเสื่อมสภาพได้ จนนานวันเข้าสารพิษเหล่านั้นก็เริ่มแทรกตัวและกระจายเข้าสู่กระแสเลือด นำมาซึ่งโรคร้ายที่พร้อมจะคร่าชีวิตเรา เมื่อเปรียบกัน..หากร่างกายขาดหัวใจแล้วต้องตาย ร่างกายที่ขาดตับก็เหมือนตายทั้งเป็น เพราะระบบต่าง ๆ จะเริ่มรวน และเมื่อเกิดการเสียหายอย่างหนักจาก ไขมันสะสมที่เกาะตับอยู่ หรือด้วยตับแข็ง มะเร็งตับ เองก็ตาม โรงงานตับแห่งนี้ ก็จำเป็นต้องปิดตัว นั่นหมายความว่า ร่างกายก็หยุดทำงาน พร้อมจากโลกนี้ไปอย่างไม่หวนกลับนั่นเอง

เมื่อรู้แล้วว่า ตับ ต้องทำงานหนักขนาดนี้ แถมยังเป็นอวัยวะหนึ่งเดียวที่มีอยู่ในร่างกายเรา จะไม่บำรุงฟื้นฟูเลย..คงได้แต่รอวันที่ตับพังลงไปและเมื่อถึงตอนนั้นอยากจะรักษาให้ดีดังเดิมแค่ไหน ก็อาจจะเหลือทิ้งไว้แค่คำว่า “สายเกินไป”

โดยการดูแลฟื้นฟูบำรุงตับเองก็ไม่ได้มีขั้นตอนยากมากมายอะไร ไม่ว่าจะออกกำลังกาย คุมอาหาร หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และการทาน อาหารเสริมบำรุงตับ ก็เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งซึ่งทำได้ง่ายกว่าวิธีทั้งหลายข้างต้นอย่างมาก

สารบัญ

  1. เช็คอาการ ตับมีปัญหา
  2. เทคนิคการพิจารณาเลือกตัวช่วยบำรุงตับ
  3. แนะนำ 4 สุดยอดตัวช่วยบำรุงตับจากธรรมชาติ
  4. ปัจจัยเสี่ยงที่พร้อมทำร้ายตับ
  5. สรุป

อาหารเสริมบำรุงตับ

เช็คอาการ ตับมีปัญหา

บางครั้งอาการเล็กน้อยบางอย่างที่ร่างกายส่งสัญญาณออกมา อาจจะเกี่ยวข้องกับตับทำงานผิดปกติโดยตรง แต่หลายคนกลับมองข้ามไป เพราะคิดว่าเป็นแค่อาการจุกจิกสร้างความรำคาญใจธรรมดาทั่วไป ซึ่งแท้จริงแล้วหากปล่อยไว้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่โรคตับแข็ง หรือมะเร็งตับได้ไม่รู้ตัว.. โดยอาการที่บอกว่าตับมีปัญหาอยู่ มีดังนี้

✓ คุณมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
✓ มีปัญหาในการนอนหลับ หลับไม่สนิทบ้าง หลับยากบ้าง
✓ อาหารไม่ย่อย ท้องอืดบ่อย ๆ
✓ ปวดจุกแน่นที่ชายโครงขวา
✓ ความอยากอาหารลดลง
✓ ความสามารถในการตัดสินใจและสมาธิลดลง

เทคนิคการพิจารณาเลือกตัวช่วยบำรุงตับ

(1) ผลิตจากวัตถุดิบ หรือสารสกัด ที่มีผลวิจัยทางการแพทย์รองรับ 

แม้ตัวช่วยบำรุงตับจะมีอยู่มากมายในท้องตลาด แต่หลายตัวกลับไม่มีงานวิจัยทางการแพทย์รับรองในตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งหากทานไปอาจจะไม่สามารถเห็นผลได้จริง และเป็นการเสียค่าใช้จ่ายไปโดยเปล่าประโยชน์ และ ณ ปัจจุบันจากการสำรวจตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงตับ หนึ่งเดียวที่มีงานวิจัย และได้รับการตีพิมพ์ลงวารสารทางการแพทย์ที่ได้รับความน่าเชื่อถือในระดับโลก มีเพียงแบรนด์เดียวเท่านั้นคือ “เฮฟฟีก้า”

โดยงานวิจัยของเฮฟฟีก้าดังกล่าว จะเป็นการศึกษาทดสอบในคนจริงๆ ด้วยวิธีการ Randomized double blind controlled (เป็นวิธีที่มีความน่าเชื่อถือสูง และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล) ทำให้สามารถอ้างอิงได้ว่าทานแล้วเห็นผลจริง ถือเป็นอีกปัจจัยประกอบการพิจารณาให้เราได้อุ่นใจในระดับหนึ่งว่าเงินที่ลงไปจะไม่สูญเปล่า

รู้จัก “เฮฟฟีก้า” ตัวช่วยบำรุงตับจากธรรมชาติเพิ่มเติม.. >> คลิก << 

(2) ได้มาตรฐานการผลิต รับรองความปลอดภัย

เมื่อเราอยากจะทาน หรือรับอะไรสักอย่างเข้าสู่ร่างกาย สิ่งพื้นฐานที่ต้องคำนึงถึงอีกอย่างคือเมื่อทานเข้าไปแล้วจะปลอดภัยจริงหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการบำรุงตับ การได้รับยา หรือสมุนไพรเข้าไปในปริมาณมาก และติดต่อกันในเวลานาน เมื่อเกิดสารตกค้างสะสม เนื้อตับอาจจะถูกทำลายได้ เครื่องหมายรับรอง และกรรมวิธีผลิตที่ได้มาตรฐานจึงเป็นเครื่อการันตีให้เราได้ว่า เมื่อทานตัวช่วยบำรุงตับนี้ไปแล้ว จะเป็นการฟื้นฟูตับ ไม่ใช่ไปเพิ่มภาระให้ตับแทน โดยมาตรฐานความปลอดภัย เราพิจารณาได้จาก

  • มีเครื่องหมายสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำกับ
  • ผ่านกระบวนการผลิตจากโรงงานที่เชื่อถือได้ โดยสังเกตได้จาก โรงงานผลิตที่มีคุณภาพระดับสากลจะได้รับมาตรฐาน PIC/S GMP ซึ่งมาตรฐานเดียวกับการผลิตยา ที่มีข้อกำหนดบังคับถึง 217 ข้อ และข้อบังคับเพิ่มเติมกว่า 240 ข้อ จะสูงกว่ามาตรฐาน GMP (ซึ่งโรงงานผลิตในไทยจะได้เป็นตันนี้ โดยมีข้อกำหนด 77 ข้อ)
  • เครื่องหมายการันตีความปลอดภัยอื่น ๆ เช่น ผ่านการรับรองจากหน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหาร จากแหล่งผลิดต้นกำเนิด เช่น Efsa (จากสหภาพยุโรป) BfR หรือ AGES เป็นต้น

เหล่านี้สามารถเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าผลิตภัณฑ์บำรุงตับที่ถูกผลิตออกมา จะทานได้ปลอดภัย ได้คุณภาพในทุกเม็ด และไม่มีสารตกค้างให้ต้องกังวลใจ

(3) ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้อย่างเต็มที่

โดยไม่ต้องบริโภคถี่ หรือทานวันนึงไปในปริมาณมาก แสดงให้เห็นได้ว่าตัวสารสกัดนั้นมีคุณภาพจริง ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

(4) ทานได้ต่อเนื่องไม่มีผลข้างเคียง

ด้วยความที่เป็นอาหารเสริมบำรุง หลายคนจะมีการทานอย่างต่อเนื่อง หากทานแล้วเกิดผลข้างเคียง เช่น ผื่นขึ้น หายใจหอบ อาจจะลองหยุดเพื่อดูอาการ และลองปรึกษาแพทย์ดูเพิ่มเติมเพื่อตัดสินใจว่าจะทานต่อไปดีหรือไม่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วผลิตภัณฑ์ที่มาจากสารสกัดธรรมชาติ ก็จะไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงอันตรายอะไรแก่ร่างกาย

แนะนำ 4 สุดยอดตัวช่วยบำรุงตับจากธรรมชาติ

กระเทียม

กระเทียมเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่อยากลดความอ้วน โดยกระเทียมจะช่วยกระตุ้นกระบวนการดีท็อกซ์ และป้องกันตับจากสารพิษ โดยสมัยก่อน เจ้าสิ่งนี้ถูกใช้เป็นส่วนประกอบหลักในยา และเมื่ออดีตกาลเหล่าผู้คนก็ต่างเชื่อว่า กระเทียมช่วยเพิ่มกำลังวังชาให้ตนได้ รวมถึงยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์บันทึกไว้อีกว่าชาวกรีกโบราณนิยมโด๊ปตัวเองด้วยกระเทียมเพื่อไปแข่งโอลิมปิกอีกด้วย

นอกจากนี้ จากการศึกษาวิจัยเมื่อปี 2016 ใน Advanced Biomedical Research พบว่า กระเทียมผงช่วยในการลดน้ำหนัก และไขมันในผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับได้ และยังมีสรรพคุณทางยาที่น่าสนใจอันได้แก่

– ช่วยเรื่องโรคความดันโลหิต
– ควบคุมระดับคลอเรสเตอรอลในเลือด
– บำรุงเลือด ช่วยเรื่องโรคโลหิตจาง
– ช่วยขับลม ดีต่อระบบขับถ่าย
– ช่วยป้องกันและรักษาหวัด
– เสริมสร้างภูมิต้านทาน
– ป้องกันโรคผิวหนังจากเชื้อรา และช่วยบำรุงผิวพรรณ

ถั่ววอลนัท

ของกินประเภท “ถั่ว” มีสรรพคุณที่ช่วยเยียวยาส่วนต่าง ๆ ในร่างกายเราได้หลากหลาย แต่จะมีถั่วชนิดหนึ่งที่ทานแล้วมีประโยชน์ต่อตับเราอย่างมาก นั่นคือ “ถั่ววอลนัท” ที่หลายคนนิยมทานเพื่อลดน้ำหนัก ทั้งยังมีความโดดเด่นเป็นอย่างมากในเรื่องอุดมไปด้วยกรดไชมันโอเมก้า 3 ที่สูงลิบ ที่สำคัญยังทานง่ายและไม่เหม็นกลิ่นคาวน้ำมันปลา งานวิจัยยังระบุอีกว่าผู้ป่วยภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ มีอาการดีขึ้นเมื่อได้รับประทานเจ้าถั่วชนิดนี้ โดยประโยชน์ของการทานถั่ววอลนัทซึ่งมีโอเมก้า-3 สูง จะสามารถช่วยบำรุงตับเราได้ในเรื่อง

ลดไตรกลีเซอไรด์และเพิ่มคอเลสเตอรอลประเภทดี จากการศึกษาวิจัยพบว่า โอเมก้า 3 มีกรดไขมัน DHA และ EPA ซึ่งช่วยลดระดับไขมันเลว เพิ่มในส่วนของไขมันดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดระดับไขมันพอกตับ รวมถึงลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองได้

ลดระดับไขมันในผู้มีภาวะไขมันพอกตับ โดยจะช่วยลดการอักเสบ ช่วยให้ตับทำงานได้อย่างเป็นปกติ ทั้งยังลดปริมาณไขมันที่จะเข้าไปสะสมภายในตับด้วยเช่นกัน

บล็อคโคลี่

นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกชั้นยอดสำหรับผู้ประสบปัญหาโรคตับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโรคไขมันพอกตับ ควรพิจารณาทานเลยทีเดียว เพราะ ผักตระกูลกะหล่ำจะช่วยเพิ่มเอนไซม์ล้างพิษในตับ และยังมีงานศึกษาทดลองในสัตว์ ซึ่งตีพิมพ์ใน The Journal of Nutrition พบว่าการบริโภคบล็อคโคลี่ในระยะยาวช่วยป้องกันการเกิดไขมันพอกตับได้ นอกจากนี้เจ้าบล็อคโคลี่ยังเป็นผักอัศจรรย์ที่ช่วยรักษาโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย

โดยในส่วนคุณประโยชน์ต่อตับนั้น.. บล็อคโคลี่สามารถชะล้างสารพิษ บำรุงตับ เนื่องจากตัวบล็อคโคลี่จะมีฤทธิ์ช่วยล้างสารพิษ และโลหะหนักที่ตกค้างอยู่ในตับรวมถึงมีการศึกษาวิจัยว่าบล็อคโคลี่ยังป้องกันโรคไขมันพอกตับตามงานวิจัยข้างต้นนั่นเอง

พรูนัส มูเม่

คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่คุ้นหูกับชื่อนี้นัก แต่ “พรูนัส มูเม่” คือสารสกัด ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่จากฝรั่งเศสซึ่งช่วยลดการสะสมของไขมันส่วนเกินในตับ พร้อมฟื้นฟูบำรุงดูแล ลดอาการอักเสบของตับได้ โดยจะมีสารสำคัญในการออกฤทธิ์คือ กรดโอลีโนลิกและกรดเออโซลิก ซึ่งมีคุณสมบัติเพิ่มกระบวนการเมตาบอลิซึมในตับ รวมถึงสามารถลดไขมันเลว เพิ่มไขมันดี ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ไขมันพอกตับหายได้

เมื่อหาตัวช่วยมาบำรุงตับได้แล้ว เราไปดูกันดีกว่าว่าปัจจัยเสี่ยงที่พร้อมทำร้ายตับเราได้ทุกเวลาจะมีอะไรบ้าง.. หากรู้แล้วจะได้หลีกเลี่ยง หรือเตรียมรับมือได้ทัน !

ปัจจัยเสี่ยงที่พร้อมทำร้ายตับ

  • อาหารประเภทไขมันสูง เช่นพวกของทอด ของมัน
  • น้ำอัดลม น้ำหวาน เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์
  • การนั่ง หรือนอนอยู่กับที่นานเกินไป
  • ความเครียด ความวิตกกังวล
  • เชื้อไวรัสตับอักเสบในร่างกาย
  • น้ำหนักตัวที่เยอะเกินเกณฑ์ ไขมันในร่างกายสูง
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • ทำงานเกี่ยวข้องกับสารพิษ สารเคมี

สรุป

อวัยวะ “ตับ” นั้นทำงานเกี่ยวข้องกับระบบหลาย ๆ ส่วนในร่างกาย และยังต้องทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมง กล่าวได้เลยว่า หากตับพังไป เราเองก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ การป้อนอาหารเสริมบำรุงให้ตับ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย เพราะ ตับจะไม่ยอมบอกว่ากำลังบาดเจ็บ จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะขั้นรุนแรง อย่างตับแข็ง หรือมะเร็งตับ ไปเรียบร้อยแล้ว หากยังชะล่าใจต่อไป.. ไม่ถนอมตับที่ตอนนี้เราเองก็ไม่อาจรู้ได้ด้วยว่ายังสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นอยู่หรือไม่ให้ดี ก็อาจจะไม่เหลือตับให้ใช้ในวันหน้าแล้วก็เป็นได้

ตัวช่วยดี ๆ อย่าง พรูนัส มูเม่ สารสกัดจากธรรมชาติที่สามารถขจัดสารพิษออกจากตับ รวมถึงมีงานวิจัยที่ทดสอบในคนจริงซึ่งได้ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ระดับโลกรองรับ จนออกมาเป็น Hepheka อาหารเสริมบำรุงตับ จึงเป็นอะไรที่น่าหามาดูแลให้ตับเรากลับมาทำงานได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง โดยหากใครสนใจสามารถขอคำปรึกษาปัญหาสุขภาพกันได้ฟรี ๆ ที่ Fanpage และ Line@ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญและเภสัชกรพร้อมให้คำแนะนำในทุกเวลา