มะเร็งตับระยะสุดท้าย คือระยะที่โรคมีการลุกลามมาก อาจแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น หรือการทำงานของตับเสียหายอย่างรุนแรง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างชัดเจน บทความนี้จะอธิบายอาการสำคัญ แนวทางการรักษา การประคับประคอง และข้อควรรู้สำหรับครอบครัวผู้ดูแล เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์และวางแผนได้อย่างเหมาะสม
-
โรคตับแข็ง
-
ไวรัสตับอักเสบบี
-
ไวรัสตับอักเสบซี
-
โรคไขมันพอกตับ
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง ภาวะอ้วน เบาหวาน และค่าตับสูงเป็นเวลานาน
มะเร็งตับ ระยะสุดท้าย หมายถึงระยะใด?
ทางการแพทย์มักจัดระยะด้วยระบบ BCLC (Barcelona Clinic Liver Cancer staging) โดยระยะสุดท้ายมักสอดคล้องกับระยะ C–D ซึ่งมีลักษณะดังนี้:
-
ก้อนมะเร็งขนาดใหญ่หรือหลายก้อน
-
มีการแพร่กระจายไปปอด กระดูก หรืออวัยวะอื่น
-
มีภาวะตับวาย หรือภาวะแทรกซ้อนจากตับแข็ง
-
ผู้ป่วยอ่อนเพลีย น้ำหนักลดมาก
อาการของมะเร็งตับระยะสุดท้าย
-
ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน)
-
ท้องโตจากน้ำในช่องท้อง (Ascites)
-
ปวดท้องข้างขวา หรือเจ็บชายโครงขวา
-
เบื่ออาหาร น้ำหนักลดรวดเร็ว
-
อ่อนเพลียมาก
-
สับสนจากภาวะสมองจากตับ (Hepatic encephalopathy)
หากมีอาการเหล่านี้ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินทันที
แนวทางการรักษาในระยะสุดท้าย
ในระยะนี้ เป้าหมายการรักษามักเน้น “การควบคุมอาการ” และ “คุณภาพชีวิต” มากกว่าการรักษาให้หายขาด แนวทางอาจประกอบด้วย:
-
ยามุ่งเป้า (Targeted therapy)
-
ยาภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)
-
การระบายของเหลวในช่องท้อง
-
การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative care)
การรักษาจะพิจารณาจากสภาพตับโดยรวม อายุ โรคร่วม และความต้องการของผู้ป่วย
อายุขัยของมะเร็งตับระยะสุดท้าย
อายุขัยแตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับ
-
การทำงานของตับที่เหลืออยู่
-
การตอบสนองต่อยา
-
การมีภาวะแทรกซ้อน
บางรายอาจมีชีวิตอยู่ได้หลายเดือนถึงมากกว่า 1 ปี หากตอบสนองต่อการรักษาได้ดี
การดูแลผู้ป่วยและครอบครัวควรรู้อะไร?
-
จัดโภชนาการที่เหมาะสม ย่อยง่าย โปรตีนพอเหมาะ
-
หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด
-
ติดตามค่าตับอย่างสม่ำเสมอ
-
ให้กำลังใจและดูแลด้านจิตใจ
การมีทีมดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยได้มาก
มะเร็งตับระยะสุดท้าย เป็นภาวะที่รุนแรงและซับซ้อน การเข้าใจอาการ ระยะโรค และแนวทางดูแลอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม หากมีอาการผิดปกติ เช่น ตัวเหลือง ปวดท้องข้างขวา อ่อนเพลียเรื้อรัง ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินโดยเร็ว
