หลายคนเมื่อได้ยินคำว่า ตับอักเสบ มักเกิดความกังวลว่าโรคนี้สามารถแพร่กระจายไปสู่คนอื่นได้หรือไม่ คำถามที่พบบ่อยคือ ตับอักเสบติดต่อไหม และถ้าปล่อยไว้จะอันตรายถึงขั้นเกิด มะเร็งตับ หรือไม่ ความจริงแล้วตับอักเสบมีหลายสาเหตุ บางชนิดเป็นโรคติดต่อ แต่บางชนิดเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือโรคประจำตัว ดังนั้นการเข้าใจโรคตับอักเสบอย่างถูกต้อง จะช่วยให้สามารถป้องกันและดูแลสุขภาพตับได้ดีขึ้น
ตับอักเสบคืออะไร
ตับอักเสบ คือภาวะที่เซลล์ตับเกิดการอักเสบหรือถูกทำลาย ส่งผลให้ตับทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ตับเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยกำจัดสารพิษ สร้างโปรตีน และช่วยในการเผาผลาญอาหาร หากเกิดการอักเสบเป็นเวลานาน อาจทำให้เนื้อเยื่อตับเสียหาย เกิดพังผืด ตับแข็ง และเพิ่มความเสี่ยงต่อ มะเร็งตับ ได้ในอนาคต
ตับอักเสบติดต่อไหม
คำตอบคือ ตับอักเสบบางชนิดสามารถติดต่อได้ โดยเฉพาะตับอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งสามารถแพร่กระจายผ่านเลือด สารคัดหลั่ง หรืออาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ
- ไวรัสตับอักเสบเอ ติดต่อผ่านอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีการปนเปื้อน
- ไวรัสตับอักเสบบี ติดต่อผ่านเลือด การมีเพศสัมพันธ์ หรือจากแม่สู่ลูก
- ไวรัสตับอักเสบซี ติดต่อผ่านเลือด เช่น การใช้เข็มร่วมกัน
ไวรัสตับอักเสบบีและซี เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิด ตับอักเสบเรื้อรัง ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่ ตับแข็งและมะเร็งตับ ได้
ตับอักเสบที่ไม่ติดต่อเกิดจากอะไร
นอกจากการติดเชื้อไวรัสแล้ว ยังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิด ตับอักเสบ แต่ไม่สามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้ เช่น
- การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
- โรคไขมันพอกตับ
- การใช้ยาหรือสมุนไพรบางชนิดต่อเนื่อง
- โรคภูมิคุ้มกันทำลายตับ
แม้จะไม่ใช่โรคติดต่อ แต่หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ก็อาจทำให้เกิดความเสียหายของตับ และเพิ่มโอกาสเกิด มะเร็งตับ ได้เช่นกัน
อาการของตับอักเสบที่ควรระวัง
ผู้ที่มีภาวะ ตับอักเสบ บางรายอาจไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก แต่เมื่อโรคเริ่มรุนแรง อาจพบอาการดังต่อไปนี้
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
- เบื่ออาหาร คลื่นไส้
- แน่นหรือปวดบริเวณชายโครงด้านขวา
- ตัวเหลือง ตาเหลือง
- ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ
หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจค่าตับและประเมินความเสี่ยง เพราะการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สามารถลดโอกาสเกิด มะเร็งตับ ได้
วิธีป้องกันตับอักเสบและลดความเสี่ยงมะเร็งตับ
การดูแลสุขภาพตับอย่างสม่ำเสมอเป็นวิธีสำคัญในการป้องกัน ตับอักเสบ และลดโอกาสเกิด มะเร็งตับ โดยสามารถทำได้ดังนี้
- ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี
- หลีกเลี่ยงการใช้เข็มหรือของมีคมร่วมกับผู้อื่น
- ลดการดื่มแอลกอฮอล์
- ควบคุมน้ำหนักเพื่อลดความเสี่ยงไขมันพอกตับ
- ตรวจสุขภาพและตรวจค่าตับเป็นประจำ
สรุป
ตับอักเสบติดต่อไหม ขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค โดยเฉพาะตับอักเสบจากไวรัสบางชนิดที่สามารถติดต่อได้ และหากปล่อยให้ตับอักเสบเรื้อรังโดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ ตับแข็ง และเพิ่มความเสี่ยงต่อ มะเร็งตับ ได้ ดังนั้นการป้องกัน การดูแลสุขภาพ และการตรวจสุขภาพตับอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคตับในระยะยาว
